Home ข้อคิด สร้างวัดแค่พระพออยู่ แล้วหันมาสร้างโ ร งพย าบ าลดีกว่ามั้ย แง่คิดดีๆอย ากให้อ่าน

สร้างวัดแค่พระพออยู่ แล้วหันมาสร้างโ ร งพย าบ าลดีกว่ามั้ย แง่คิดดีๆอย ากให้อ่าน

1 second read
0
0
3,151

สร้างวัดแค่พระพออยู่ แล้วหันมาสร้างโรงพย า บ า ล

ดีกว่ามั้ย แง่คิดดีๆอย า กให้อ่าน
สร้างวัดแค่พระพออยู่ แล้วหันมาสร้างโ ร งพย า บ า ลไม่ดีกว่าหรือ?

เรามีเรื่องราวดีๆ มาฝากทุกคน บอกเลยว่าอ่านจบล่ะ

ต้องกลับมาเหลียวมองการทำบุญของเราในทุกวันนี้

ท่านเคยคิดหรือมองมุมมุมนี้ไหมครับ

วัดมีเงินเหลือร้อยล้านพันล้าน แต่โ ร งพย า บ า ลมี ”หนี้ร้อยล้าน”

เข้าโ ร งพย าบ า ลขอรับบริการฟรีๆดีๆ

เข้าวัด พระตีกระบาลแทบแ ต ก บอกชอบ ต้องบริจาคเงิน ”ให้เยอะๆ”

หมอรักษาจนหาย “ดีใจรอดต า ย”

รีบกลับไปแก้บน สร้างวัด,สร้างวิหาร,ไหว้พระขอบคุณพระ

หมอรักษาไม่ไหว ไปไม่รอดตามวัฎส งส า ร กลับด่ าห ม อ ด่ าพย า บ าล

ไม่ไปด่ า เ ท ว ด าที่บนไว้

มาคิดใหม่ ทำใหม่

สร้างวัด สร้างวิหารแค่พระพออยู่

แล้วมาสร้างโ ร งพย าบาลที่ดี มีเครื่องมือแพทย์ทันสมัย

รักษาคนป่ ว ยให้หายไวๆ

ดีกว่าไหมครับ?

ทั้งนี้เรามาสรุปปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างการสร้างวัด

สร้างโรงบาลปัญหาเรื่องที่ว่า การทำบุญให้โรงพ ย า บาล

กับการทำบุญให้กับวัด อะไรดีกว่ากัน ?

เรามาถึงยุคที่คนไ ท ยไม่เข้าใจกันเ สี ยแล้ว ว่าการทำบุญบริจาคให้กับวัด

ทำเพื่อประโยชน์อะไร ? ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีวัดหลายแห่ง

นำศรัทธามาขาย แต่ไม่ผูกโยงไว้ด้วยปัญญา เช่น สอนกันว่าเงินซื้อนิพพานได้

หรือไม่ก็เน้นกันที่เครื่องรางของขลัง พิธี ก ร ร ม สิ่งศักสิทธิ์ มีศรัทธา

เป็นเหยื่อ แต่ไม่ใช้ปัญญา ทำให้คนไ ท ยเริ่มห่างวัดมากขึ้น จนท้ายที่สุด

คนไ ท ยหลายคนอาจกลายเป็น “คนเ ก ลี ย ดวัด” ไปโดยปริย า ย

ผนวกกับแนวคิดแบบสุดโต่งทางวิทย า ศาสตร์ที่เชื่อว่า…!!โ รงพย าบาล

เป็นสถานที่อันประเสริฐในการช่วยรักษามนุษย์ให้หายขาดจากความ

“เ จ็ บป่ วย” จึงให้คุณค่าของโ รง พย าบาลดูสูงส่งมากกว่าวัด

ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันว่า ทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวัด

กับทำบุญสร้างโ ร งพย าบาล อะไรดีกว่ากัน.. ?

ง่ายนิดเดียวสำหรับคำถามนี้ เราแค่ต้องขบคิดให้แ ต ก ฉ านเ สี ยก่อนว่า

โ ร งพย า บาลมีความสาม า รถอะไรที่วัดไม่สาม า รถกระทำได้

และ วัดมีความสาม า ร ถอะไรที่โ ร งพ ย า บาลไม่สาม า รถกระทำได้บ้าง ?

โ ร งพย า บ าล อาจรักษาคนที่ ป่ ว ยไ ข้ทางก า ยได้

แต่โ รงพย า บาลไม่สาม า รถสมานแผลทางจิตใจได้

โ รงพย า บ าลไม่ได้ช่วยให้มนุษย์รู้จักละความโลภ โกรธ หลง

เช่นเดียวกับที่วัดไม่สาม า รถรักษาโ ร คทางกาย

ในเชิงวิท ย าศาสตร์แบบที่โ ร งพย าบาลสาม า รถทำได้

โ ร งพย าบาลอาจยื้อชีวิตมนุษย์ให้ยืดย าวออกไป แต่โ ร งพ ย าบาล

ก็ไม่ได้บอกความจริงกับมนุษย์ว่า ร่างกายนี้เป็นของชั่ ว คราว

ถ้าเราไปยึดมันมาเป็นของเราอย่างถาวร เราจะเป็นทุ ก ข์…

โ ร งพย าบาลไม่ได้บอกเราแบบนี้หน้าที่ของโ ร งพย าบาล

คือ ทำยังไงให้ร่างกายนี้ยังคงทำงานต่อไปให้ได้นาน

และมีประสิทธิภาพที่สุด

วัด รักษา “โ ร ค” ทางกายแบบโ ร งพ ย าบาล

ไม่ได้ แต่วัดช่วยเ ยี ย วย า
“ความทุ ก ข์” ในใจคนได้ ซึ่งวัด (ที่ดี) จะสอนให้คนไม่ยึดเ อ าอดีต

ที่เ จ็ บป ว ด มาเป็นธ นู ด อ กที่สอง ซึ่งคอยทิ่มแ ท งเราก่อนนอนทุกคืน

วั ดไม่สาม า รถช่วยให้เราปราศจาก “โ ร ค”

แบบโรงพย าบาลได้ แต่วัดช่วยให้เราหมด “ภั ย” ด้วยการรู้จักให้ “อ ภั ย” ได้

ซึ่งแ ต ก ต่างจากโ ร งพย าบาลที่ช่วยให้เราหมด “โ ร ค”

แต่อาจไม่หมด “ภั ย” อีกทั้งวัดยังช่วยให้เราเบิกบาน

จากการมีสติ ไม่เ อ าเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตมาเป็นบ่วงรัดคอตน

ทีนี้ ทำบุญบริจาคกับวัด หรือ ทำบุญบริจาค

กับโรงพย าบาล ควรเลือกอย่างไหน ?

: ควรเลือกทั้ง 2 อย่าง ถ้าเราลองพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

แล้วก็จะพบว่า สังคมเราต้องการทั้งโ รงพย าบาลและวัด

เราต้องการทั้งสถานที่ ๆ เยียวย า ทั้ง “ร่างกายและจิตใจ”

พุทธองค์แสดงให้เราเห็นเป็นตัวอย่างโดยการถนอมร่างกาย

เ อ าไว้เพื่อทำคุณประโยชน์แก่โลก

(พุ ท ธเจ้าจึงไม่ดื่มเ ห ล้ า เ ส พ ของเ ม า และละทิ้ งการท รม า นต น)

เราก็ควรจะเ อ า เยี่ยงอย่าง หากเราเ จ็ บป่ ว ยก็เข้าโร งพย า บ าล

มันเป็นไปตามธรรมชาติของมัน

มีเกิด มีแก่ มีเ จ็ บ มีต า ย เราก็รักษาnullไปเพื่อหวังว่า

จะมีพรุ่งนี้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อโลก ต่อผู้อื่น

ได้ทำหน้าที่ ที่ยังค้างคาอยู่ ทั้งหน้าที่ของพ่อ แม่ สามี ภรร ย า

หน้าที่ของลูก และหน้าที่การงาน โดยไม่ต้องหวัง

ที่จะหอบสังขารหนีจากความต า ย เพราะมันเป็นไปไม่ได้

ในส่วนของ จิตใจ ที่พึ่งพิงอาศัยอยู่ในกาย ทั้งยังมีอำนาจ

อยู่เหนือกายด้วย “จิต/ใจ เป็นนาย กายเป็นบ่าว”

ถ้ามนุษย์ไม่พึงพัฒนาให้มี จิต/ใจ ที่ดีงาม ปราณีต

ชีวิตก็จะมีแ ต่ ก า ยที่เที่ยวทำตามแต่ตัณหา อันมีกิเลสเป็นเหยื่อล่อ

โลกก็จะลุกเป็นไฟจากการเบียดเบียนกัน

โดยหวังเพียงเพื่อแสวงหาความสุขนอกกายเป็นสำคัญ

ทีนี้บางคนอาจเถียงว่า “ชีวิตฉันไม่ต้องมีวัด

จิตใจฉันก็ประเสริฐอยู่แล้ว” ก็ต้องบอกว่า

ขออนุโมทนากับท่านที่เกิดพุทธิปัญญาแบบนี้ได้โดย

ไม่ต้องเข้าวัดหรือไม่ต้องศึกษาพระธรรม แต่อย า กจะร้องขอ

ให้ท่านมีความเมตตาต่อสัตว์โลก ที่ยังไม่สาม า รถก้าวข้าม

ความทุ ก ข์ไปสู่ทางพ้นทุ ก ข์ได้ แต่ละคนมีสติ

และปัญญาไม่เท่ากัน ได้โปรดเห็นใจและช่วยเหลือสั ต ว์โ ล ก

ที่มีปัญญาไม่เท่าพวกท่านด้วย “ท่านอาจไม่ต้องการวัด

แต่คนอื่น ๆ อาจต้องการวัด”

ท้ายที่สุดคงต้องมองดูการบริจาคด้วย

‘สติ’ และ ‘ปัญญา’ โดยคำว่า

“บริจาค” มาจากคำว่า ‘ปริจจาคะ’ หมายถึงการเ สี ยสละ

แต่ถ้าจะพูดให้แลดูไม่ถูกเ อ า เปรียบนัก อาจต้องใช้คำว่า

“เผื่อแผ่” และก็คงจะดีไม่น้อย ถ้าเราจะเผื่อแผ่อะไรบางอย่าง

ในชีวิตของเรา เพื่อต่ออายุทางกายให้กับผู้อื่น

และช่วยเยียวย า ความทุ ก ข์ในใจของผู้อื่นได้ด้วย….

คุณว่าจริงไหม ?

ขอบคุณแหล่งที่มา bangpunsara

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Check Also

ข้อคิดสอนใจหญิง ผู้ชายรักจริงจะมี 3 ข้อ

สิ่งที่น่า เ สี ย ดายที่สุดในโลกใบนี้ คือ การที่ผู้หญิง … …